• Facebook - White Circle

© 2019 Youth Co:Lab Thailand. All Rights Reserved.

Food Consumption and Production

การบริโภคและผลิตอาหารอย่างยั่งยืน

                   การที่ประเทศจะพัฒนาได้อย่างยั่งยืนและมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือของเราทุกคนในการช่วยกันลดรอยเท้าทางนิเวศน์ ซึ่งสามารถทำได้โดยการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิธีการในการผลิตและบริโภคแบบที่เคยเป็นมา ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในด้านอาหารและเกษตรกรรมของโลก ด้วยภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวในปริมาณถึง 1 ใน 3 ของโลกและเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง ไก่ ไข่ ผลไม้เมืองร้อน และอาหารทะเล อย่างไรก็ตามการจะสรุปว่าประเทศไทยมีอาหารที่เหลือเฟือสำหรับทุกคนและมีความมั่นคงทางอาหาร อาจจะเป็นการสรุปที่เร็วเกินไป เพราะในความเป็นจริงแล้ว ยังคงมีอีกหลากหลายครอบครัว โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย อดอยาก และไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการได้ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสม รวมถึงการกำจัดขยะของเสียอย่างมีประสิทธิภาพยังคงเป็นความท้าทายหลักของประเทศที่เราต้องช่วยกันรับมือพัฒนาเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่เสียไปอย่างคุ้มค่าและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ การจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและบริโภคในปัจจุบันได้นั้นต้องมีการคำนึงถึงหลายๆ ประเด็น

ด้านเกษตรกรรม

                   คุณรู้หรือไม่? ภาคเกษตรกรรมไทยได้สร้างชีวิตความเป็นอยู่ให้กับคนถึง25 ล้านคนในประเทศ และกว่า 40 %ของแรงงานไทยทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรม

                   แม้ข้อมูลดังกล่าวจะแสดงถึงความสำคัญของการทำการเกษตรในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามเกษตรกรไทยก็ยังคงเป็นประชากรที่ยากจนที่สุดในประเทศ ระบบการเกษตรของประเทศไทยส่วนมากประกอบด้วยเกษตรกรรายย่อยที่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินเอง ต้องเช่าที่ปลูกพืชผล หรือหากเป็นเจ้าของก็รับจ้างทำเกษตรให้กับกลุ่มบริษัทใหญ่ จึงไม่มีสิทธิในการกำหนดราคาผลผลิตของตนเอง นอกจากนี้เกษตรกรยังต้องปลูกพืชให้ได้ชนิดและปริมาณตามที่ตกลงไว้ทำให้มีการใช้ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า หรือเมล็ดพันธุ์พืชดัดแปลงพันธุกรรมที่มีราคาสูง ส่งผลให้เกิดภาระหนี้สินมากขึ้น ในปี 2554ไม่ถึง 0.2%ของพื้นการเพาะปลูกทั้งหมดในประเทศที่ทำเกษตรอินทรีย์และมีเพียงแค่ 0.15% ในนั้นได้รับการรับรองว่าเป็นเกษตรอินทรีย์อย่างถูกต้อง การใช้สารเคมีและการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเช่นนี้ได้ทำให้ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันการเกษตรที่ไร้ความยั่งยืนนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการทำลายสิ่งแวดล้อม มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นตัวแปรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างคาร์บอนไดออกไซต์ มีเทน และไนตรัสออกไซต์จำนวนมาก น้ำบาดาลถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่น้ำฝนจะไหลไปทดแทนได้ทัน มีการเจือปนของสารพิษในน้ำ รวมทั้งผลกระทบต่อภาคพื้นดิน เช่น พื้นที่ป่าลดลง หน้าดินเสื่อมโทรมและพังทลาย ดินเค็ม และการสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืชและสัตว์ เกษตรกรเองก็ประสบปัญหาสุขภาพเพราะได้รับสารเคมีเข้า

ไปเช่นกัน

                   ความไม่สมดุลของระบบนิเวศ เศรษฐกิจและสังคมนี้ย่อมส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการผลิตอาหารที่ดีและเพียงพอต่อความต้องการของเราและลูกหลานในอนาคต ดังนั้นการปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและระบบการเกษตรที่ยั่งยืนให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในการผลิตอาหารของแต่ละพื้นที่จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้น

 

ด้านการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร

                    ทุกๆ ปี มีอาหารเป็นจำนวนถึง 1,300 ตัน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของอาหารที่ถูกผลิตขึ้นมาทั้งหมดสูญเสียและถูกทิ้งไป ขณะที่อีก 1 ใน 8 ของประชากรโลกกำลังเผชิญกับความอดอยาก ไม่มีจะกิน (ข้อมูลจากUNFAO) ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้นเกินกว่า 26.77ล้านตัน ซึ่งเป็นของเสียจากอาหารทั้งจากภาคเกษตรกรรม ร้านอาหาร ตลาดสด หรือครัวเรือน ถึง 64% (ข้อมูลจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมปี2556)ข้อเท็จจริงเหล่านี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นดิน แรงงาน น้ำ ไฟฟ้า หรือเงินไปกับการผลิตอาหารที่ไม่ได้ถูกกินจริง แต่ยังบ่งบอกถึงการสูญเสียโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและพัฒนาเศรษฐกิจ รวมถึงยังแสดงปริมาณมลพิษและก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากพื้นที่ฝังกลบขยะ การสูญเสียอาหารและการเกิดขยะอาหารสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกระบวนการของห่วงโซ่อุปทานและอุปสงค์ ตั้งแต่การเพาะปลูก เก็บเกี่ยว ขนส่ง เข้าสู่ตลาดสดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต และไปยังผู้บริโภค เราจะสามารถจัดการวิกฤตขยะอาหารนี้ได้อย่างไร

 

ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคและโภชนาการทางอาหาร

                     นอกเหนือไปจากการบริโภคอย่างสิ้นเปลืองแล้ว พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกสุขลักษณะอาจส่งผลให้เกิดการขาดสารอาหารและภาวะทุพโภชนาการ ผลการวิจัยพบว่าคนไทยบริโภคอาหารแปรรูป น้ำตาล และน้ำอัดลมเพิ่มมากขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ระบุว่าคนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึง 30 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งเท่ากับ 3 เท่าของปริมาณสูงสุดที่แนะนำคือ25,000 มิลลิกรัมต่อวัน โดยนี่ยังไม่รวมถึงสารให้ความหวานอื่นๆอย่างน้ำตาลกลูโคสหรือนมข้น และด้วยสังคมที่ขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เราไม่มีเวลาเพียงพอในการเข้าครัวเตรียมอาหารเองสำหรับทั้งตัวเองและครอบครัว มีการอาศัยร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดหรือร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น มากขึ้น ซึ่งสิ่งที่อยู่ในเมนูเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าทางโภชนการที่เพียงพอ อาหารไทยโดยส่วนมากก็ไม่ได้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพนัก ทั้งการผัดและทอดที่ใช้น้ำมันมาก น้ำปลา กะปิ หรือเครื่องแกงต่างๆ ก็มีปริมาณโซเดียมสูง กะทิเพียงแค่ครึ่งถ้วยให้แคลอรี่มากกว่า 200 แคลอรี่และมีไขมันอิ่มตัวที่มากกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวัน นั่นหมายความว่าเด็กจะไม่ได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและเพียงพ่อต่อการเจริญเติบโตและผู้ใหญ่เองก็จะมีโอกาสมากขึ้นในการเป็นโรค โดยเฉพาะ เบาหวานและโรคอ้วน จากการขาดความสมดุลทางโภชนาการอาหารนี้

 

ด้านการจัดการและวัฒนธรรมการใช้พลาสติก

                  -  คนไทยใช้กล่องโฟมถึง 61 ล้านกล่องต่อวัน

                  -  มีจำนวนขวดน้ำพลาสติกกว่า 3.9 พันล้านขวดต่อปีที่ถูกบริโภคในประเทศไทย

                  -  ประเทศไทยผลิตพลาสติกถึง 6.094 ล้านตันในปี2558 (ข้อมูลจาก(ร่าง)แผนการจัดการขยะพลาสติกอย่างบูรณาการ

                      ปี 2560-2564) 

                  -  มีพลาสติกกว่า 8 ล้านตันถูกทิ้งลงในทะเลทุกๆ ปี โดย 60% ของขยะพลาสติกทั้งหมดมาจากเพียงแค่ 5 ประเทศ คือ จีน                                  อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย 

                     ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราแปลกใจอีกต่อไปเพราะในระหว่าง10 ปีที่ผ่านมามีปริมาณขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้นถึง 12% ในทุกๆ ปี อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพในจัดการขยะพลาสติกของประเทศไทยยังคงอยู่ห่างไกลจากมาตรฐานสากลถึงแม้ว่าจะมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง และขยะพลาสติกเหล่านี้เองที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศ น้ำและดิน นอกจากนี้ ผลจากการศึกษายังพบว่ามีพลาสติกมากกว่า 1.03 ล้านตันจมอยู่ก้นมหาสมุทรตามแนวชายฝั่งของประเทศ (ข้อมูลจากScience Magazine ค.ศ. 2015)

                     หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตจากขยะพลาสติกมาจากวัฒนธรรมในการปฏิบัติ โดยเฉพาะในซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด คนไทยโดยมากไม่ว่าจะเป็นผู้ขายหรือผู้ซื้อยังคงติดนิสัยการใส่ของในถุงพลาสติกหลายๆ ชั้นเพื่อรองน้ำหนัก การห่อข้าวในถุงพลาสติกหรือกล่องโฟม หรือแม้แต่การแจกหรือขอหลอดพลาสติกหรืออุปกรณ์การกินแบบใช้แล้วทิ้งที่เกินความจำเป็น ดังนั้นการให้ผู้คนหันมาใส่ใจและคำนึงถึงความยั่งยืนโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการผลิตและบริโภค รวมถึงการพัฒนาระบบการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพโดยทุกคนและทุกภาคส่วนจึงกลายเป็นความท้าทายที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

                  

ด้านการประมง

                    ประเทศไทยเป็นประเทศมีการทำอุตสาหกรรมประมงขนาดใหญ่ติด 1 ใน 10 ของโลก ด้วยมีพื้นที่ชายฝั่งติดทะเลในบริเวณกว้างทั้งทางด้านฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพของปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้น้ำในทะเลไทยนี้ได้รับการยอมรับและถูกใช้ประโยชน์มาหลายทศวรรษ อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของเศรษฐกิจและความต้องการในการบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากภายในครัวเรือนเป็นการส่งออกสู่ตลาดโลกโดยไม่ได้มีมาตรการรองรับทำให้กว่า 43% ของปริมาณปลาทะเลลดลง (ข้อมูลจาก Ocean Health Index) การจับปลาเกินขนาด การประมงผิดกฎหมายและการใช้เครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง เช่น ใช้อวนลาก อวนรุน อวนล้อม เรือคราดหอยลาย การจับสัตว์น้ำแบบพลอยได้ การใช้สารพิษและวัตถุระเบิด หรือแม้แต่การทิ้งอุปกรณ์จับปลาลงในทะเล ทำให้สัตว์น้ำจำนวนมากสูญพันธุ์ นอกจากนี้ยังเป็นตัวทำลายแนวปะการังซึ่งถูกจัดว่าเป็นระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดรองจากป่าดิบชื้น และทำให้ปะการังเกิดการฟอกขาว เรายังคงต้องร่วมกันหาแนวทางพัฒนาให้ชาวประมงรายย่อยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความรู้ ทักษะและสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะในด้านการจัดการระบบขนส่งเพื่อให้เกิดการทำประมงอย่างยั่งยืน

 

คุณสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ปัญหาเพื่อการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนได้ โดยเริ่มจากการหาทางออกให้ปัญหาเหล่านี้

→ เราจะทำให้ทุกคนเข้าถึงอาหารและโภชนาการที่ดีได้อย่างไร

  • กระบวนการแปรรูปอาหารที่ยั่งยืน ปลอดภัยและไร้สารพิษ

  • การเข้าถึงโภชนาการทางอาหารที่ดีและมีประโยชน์ 

 

→ เราจะเพิ่มรายได้และประสิทธิภาพในการสร้างผลผลิตของเกษตรกรรายย่อยได้อย่างไร?

  • การเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันในตลาดของเกษตรกรและประมงรายย่อย

  • การกระจายรายได้อย่างเท่าเทียมและโปร่งใสในกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มผลกำไรให้กับเกษตรกร

  • การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตโดยการนำความรู้ ความสามารถ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้

 

→ เราจะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลทางตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อาหาร และความรู้ด้านกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม      การประมงและอาหารอย่างทั่วถึงได้อย่างไร

  • ทำให้เกษตรกรและชาวประมงสามารถเข้าถึงข้อมูลราคาและความต้องการของตลาด รวมถึงการประเมินการเติบโตของผลผลิต

  • การสร้างเครือข่ายเกษตรกรและชาวประมงที่เข้มแข็งเพื่อเพิ่มอำนาจทางการต่อรองในตลาด

 

→ เราจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสำหรับทุกฝ่ายได้อย่างไร

  • การจัดการห่วงโซ่อุปสงค์ (ความต้องการของผู้บริโภค) เพื่อลดปริมาณขยะจากอาหาร

  • การจัดการกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

 

เราจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศได้อย่างไร

  • การพัฒนาสายพันธุ์พืชท้องถิ่นสำหรับการเติบโตในสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

  • การนำองค์ความรู้จากการวิจัยมาปรับใช้โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วย

  • การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการเกษตรและกระบวนการผลิต

 

เราจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ผลิตและผู้บริโภคให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร

  • ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีส่วนรับผิดชอบในการกระทำที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม

  • การสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาการจัดการทรัพยากรทางธรรมชาติภายในชุมชน

  • ความร่วมมือในการบริหารจัดการแหล่งน้ำแบบบูรณาการในทุกระดับไม่ว่าจะเป็น ครัวเรือน ชุมชน และประเทศ 

  • ความรับผิดชอบในการลดปริมาณมลพิษและสารเคมีในสิ่งแวดล้อม

 

เราจะสามารถนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกันเพื่อให้เกิดการทำประมงอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

  • ดูแลรักษาระบบนิเวศทางทะเลและลดการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ

  • การสร้างและเข้าถึงมาตรฐานในการประมงและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

  • การทำประมงที่ยั่งยืนและไม่ใช้วิธีการทำประมงแบบทำลายล้าง รวมถึงการพัฒนาระบบจัดการการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบูรณาการการใช้เทคโนโลยีร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น 

  • การเพิ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจผ่านการจัดการระบบนิเวศทางน้ำอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะ ในด้านการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการท่องเที่ยว

 

เราจะสามารถทำให้ทุกคนตระหนักและเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์การบริโภคอาหารที่ยั่งยืนได้อย่างไร

  • ส่งเสริมการแบ่งปันอาหารภายในชุมชน

  • สร้างแนวทางใหม่ในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนโดยการทำสวนแบบวิถีคนเมือง

  • เปลี่ยนแนวคิดและพฤติกรรมของของผู้บริโภคให้คำนึงถึงการมีสุขภาวะที่ดี รวมไปถึง การมีความรับผิดชอบในการบริโภคของตนเองต่อสิ่งแวดล้อม

  • ลดการผลิตและบริโภคอย่างสิ้นเปลือง

  • ลดการใช้พลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่เกินความจำเป็น

  • ลดผลกระทบจากอุตสาหกรรมอาหารฟาสต์ฟู้ด

  • การให้ความรู้เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การบริโภคผลผลิตตามฤดูกาลและผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารพิษ

  • สร้างรายได้ทดแทนให้เกษตรกร ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากการทำเกษตรที่ใช้สารเคมีสู่เกษตรอินทรีย์

  • สร้างระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานและอุปสงค์เพื่อลดปริมาณอาหารที่ถูกทิ้ง

แหล่งที่มา:

1. Will Baxter, Nicholas Grossman, Nina Wegner,  A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals.

2. Editions Dider Millet, Thailand Sustainable Business Guide: How to future proof your business in the name of better world.

3. The Thailand Sustainable Development Foundation and Editions Didier Millet, Thailand Sustainable Development  

    Sourcebook, 2nd Edition

ดูรายละเอียดหัวข้ออื่นๆ

Disability

and Social Inclusion

สังคมที่เข้าถึงทุกคน ไม่ทอดทิ้งกลุ่มคนใด

Food

Consumption and Production

การบริโภคและผลิตอาหารอย่างยั่งยืน

Sustainable

Tourism

การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน